News

รอยแชมเปญแห่งความพินาศ: เมื่อสามีสาดเหล้าใส่หน้าและ

ด่าว่าฉันเป็นนังบ้านนอกกลางงานฉลองตำแหน่ง ก่อนจะควงเมียน้อยเย้ยฟ้าดิน… เขาไม่รู้เลยว่าโทรศัพท์สายเดียวของฉัน จะลากคอผู้อำนวยการอย่างเขาลงนรก!

แสงระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลมูลค่าหลายสิบล้านบาท สาดส่องกระทบแก้วแชมเปญในมือของบรรดาแขกเหรื่อระดับวีไอพีที่แต่งกายด้วยชุดหรูหราฟู่ฟ่า ค่ำคืนนี้คือค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองในแกรนด์บอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร งานกาลาดินเนอร์ที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อแสดงความยินดีกับ ‘ดนัย’ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ‘ผู้อำนวยการระดับภูมิภาค’ คนใหม่ของเครือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ

ฉัน… ‘อลิสา’ ภรรยาตามกฎหมายของดนัย ยืนหลบมุมอยู่ใกล้กับเสาโรมันต้นใหญ่ ในชุดเดรสสีครีมเรียบๆ ที่ดูเชยและล้าสมัยเมื่อเทียบกับแฟชั่นโอต์กูตูร์ของแขกคนอื่นๆ ในงาน ฉันจงใจแต่งตัวเรียบง่ายและไม่สวมเครื่องประดับใดๆ เพราะตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา ดนัยมักจะบอกเสมอว่าเขาชอบผู้หญิงที่เรียบง่าย เป็นแม่ศรีเรือน และไม่ต้องทำตัวโดดเด่นเพื่อแย่งซีนเขาในการทำงาน

ห้าปีที่ผ่านมา ฉันทำหน้าที่ภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบ ฉันตื่นตีสี่มาทำกับข้าว รีดชุดสูทให้เขาเรียบกริบ คอยรับฟังปัญหาและให้กำลังใจเขาในวันที่เขาท้อแท้จากหน้าที่การงาน ฉันยอมสวมบทบาทเป็นเพียง ‘ผู้หญิงธรรมดาๆ’ จากต่างจังหวัด เพื่อทดสอบรักแท้ของผู้ชายที่ฉันเลือกมาเป็นคู่ชีวิต

แต่ดูเหมือนว่า… บททดสอบของฉัน จะได้ผลลัพธ์ที่น่าขยะแขยงที่สุดในค่ำคืนนี้

ฉันมองเห็นดนัยยืนอยู่กลางวงล้อมของนักธุรกิจ รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและจองหอง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันชาวาบ ไม่ใช่ความจองหองนั้น ทว่าคือแขนของเขาที่กำลังโอบเอว ‘ซินดี้’ เลขาสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่สวมชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงผ่าลึกจนเห็นสัดส่วน ซินดี้ซบหน้าลงบนไหล่ของสามีฉันอย่างเปิดเผย หัวเราะต่อกระซิกกันอย่างไม่อายฟ้าดิน

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความปวดร้าวและเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปหาเขา

“ดนัยคะ…” ฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ

ทันทีที่ดนัยหันมาเห็นฉัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็มลายหายไปในพริบตา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัดและรังเกียจอย่างปิดไม่มิด

“เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่ อลิสา! ใครอนุญาตให้เธอเสนอหน้ามางานระดับนี้!” ดนัยกดเสียงต่ำ ตวาดลอดไรฟันเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน

“นี่งานฉลองตำแหน่งของสามีฉัน ฉันเป็นภรรยา ทำไมฉันจะมาไม่ได้คะ?” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มองตรงไปที่มือของเขาที่ยังคงโอบเอวซินดี้อยู่ “แล้วผู้หญิงคนนี้คือใครคะดนัย ทำไมคุณถึงทำกิริยาแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น”

ซินดี้ปรายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ เหยียดยิ้มเย้ยหยัน “อ๋อ… นี่น่ะเหรอคะ ‘นังแจ๋ว’ ที่บ้าน ที่คุณดนัยเล่าให้ซินดี้ฟังบ่อยๆ ว่าเป็นภาระชีวิต แหม แต่งตัวเข้ากับบรรยากาศงานมากเลยนะคะ นึกว่าพนักงานทำความสะอาดหลงเข้ามาซะอีก”

“ซินดี้!” ฉันตวาดเสียงแข็ง ความอดทนเริ่มขาดผึง “ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา กรุณาให้เกียรติฉันด้วย”

“ให้เกียรติงั้นเหรอ?” ดนัยกระชากเสียง หัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่งจนแขกเหรื่อรอบข้างเริ่มหันมามอง “สภาพอย่างเธอมีเกียรติอะไรให้ฉันต้องเคารพ! ห้าปีที่ผ่านมา เธอเคยให้อะไรฉันบ้างนอกจากข้าวกล่องโง่ๆ กับเสื้อผ้าเก่าๆ! ดูซินดี้สิ เธอฉลาด เธอสวย เธอคอนเนคชั่นดี เธอคือคนที่คู่ควรจะยืนเคียงข้างผู้อำนวยการอย่างฉัน ไม่ใช่นังผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอ!”

เสียงด่าทอของดนัยเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนดนตรีในงานค่อยๆ เบาลง แขกนับร้อยชีวิตเริ่มจับจ้องมาที่เราเป็นตาเดียว

“ดนัย คุณกำลังเมา และคุณกำลังทำให้ตัวเองเสียหน้านะคะ” ฉันเตือนเขาด้วยความหวังดีครั้งสุดท้าย

แต่คำเตือนของฉันกลับไปจุดไฟโทสะของคนจองหองให้ลุกโชนขึ้นไปอีก ดนัยกัดกรามกรอด เขาต้องการแสดงอำนาจและข่มฉันต่อหน้าซินดี้และแขกทุกคน เขาคว้าแก้วแชมเปญที่บรรจุของเหลวสีทองเต็มแก้วขึ้นมา

ซ่า!!!

ความเย็นเฉียบปะทะเข้าที่ใบหน้าของฉันอย่างจัง น้ำแชมเปญราคาแพงไหลย้อยลงมาตามเส้นผม อาบแก้ม และหยดแหมะลงบนชุดเดรสสีครีมจนเปียกชุ่มและเหนียวเหนอะหนะ

เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วทั้งแกรนด์บอลรูม แขกหลายคนยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง ซินดี้หัวเราะคิกคักอย่างสะใจ ขณะที่ดนัยยืนจ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“นังบ้านนอกน่าสมเพช!” ดนัยถ่มน้ำลายรดคำพูดใส่หน้าฉันอย่างหยาบคายที่สุด “จำใส่กะโหลกของเธอเอาไว้! ฉันมาถึงจุดนี้ได้ด้วยความสามารถของฉันเอง! ฉันคือผู้อำนวยการคนใหม่! และฉันกำลังจะหย่ากับเธอเพื่อแต่งงานกับซินดี้! ไสหัวกลับไปซุกหัวนอนในสลัมของเธอซะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนเธอออกไป!”

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง ทุกคนรอคอยให้ฉันร้องไห้ฟูมฟาย กรีดร้อง หรือวิ่งหนีออกไปจากงานด้วยความอับอาย

ทว่า… ไม่มีน้ำตาสักหยดไหลออกจากตาของฉัน

ภาพสะท้อนในดวงตาของฉันไม่ได้มีความเสียใจอีกต่อไป ห้าปีแห่งความทุ่มเทเพื่อพิสูจน์รักแท้ ได้จบลงแล้วอย่างสมบูรณ์แบบด้วยความเนรคุณของผู้ชายตรงหน้า

ฉันหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก ค่อยๆ ซับน้ำแชมเปญออกจากใบหน้าอย่างใจเย็น ท่วงท่าของฉันไม่ได้ดูตื่นตระหนก แต่กลับสง่างาม เยือกเย็น และแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้คนที่มองอยู่เริ่มรู้สึกขนลุก

ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าอีกครั้ง หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกมา ปลดล็อคหน้าจอ แล้วกดโทรออกหาเบอร์ที่ถูกตั้งไว้เป็นเบอร์ฉุกเฉินหมายเลขหนึ่ง

ดนัยขมวดคิ้ว “แกกำลังจะโทรหาใคร! โทรฟ้องแม่แก่ๆ ของแกที่บ้านนอกงั้นเหรอ!”

ฉันไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาของดนัย เมื่อปลายสายรับโทรศัพท์ ฉันก็กรอกน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเด็ดขาดที่สุดลงไป ท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนในงานต่างเงี่ยหูฟัง

“คุณกิตติ… ปลดผู้อำนวยการคนใหม่ที่ชื่อดนัยออกเดี๋ยวนี้ ยกเลิกสัญญาจ้าง ตัดสิทธิ์หุ้นบุริมสิทธิทั้งหมด อายัดบัญชี และแบล็กลิสต์เขาจากทุกบริษัทในเครือข่ายของเราซะ… อ้อ แล้วส่งทีมรักษาความปลอดภัยมาที่บอลรูมด้วย ฉันมีขยะต้องให้พวกคุณมาเก็บกวาด”

เมื่อพูดจบ ฉันก็กดตัดสาย แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างใจเย็น

ดนัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆๆ! นี่แกบ้าไปแล้วเหรออลิสา! แกคิดว่าแกเป็นใครฮะ! โทรสั่งปลดฉันงั้นเหรอ แกเพ้อเจ้ออะไรของแก! รู้ไหมว่าตำแหน่งผู้อำนวยการของฉัน ต้องให้ระดับ ‘ประธานกรรมการบริหารสูงสุด’ หรือท่าน CEO กิตติ เป็นคนเซ็นปลดเท่านั้น นังบ้านนอกอย่างแกคงดูละครหลังข่าวมากไปสิ…”

“อุ๊ยตายแล้ว สติแตกไปแล้วมั้งคะคุณดนัย สงสัยรับไม่ได้ที่ถูกทิ้ง” ซินดี้ผสมโรง เยาะเย้ยฉันอย่างสนุกปาก

แต่เสียงหัวเราะของพวกเขาคงอยู่ได้เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที…

ปัง!!

ประตูไม้บานยักษ์ของแกรนด์บอลรูมถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น! ชายวัยกลางคนในชุดสูทอาร์มานีสุดเนี้ยบเดินนำหน้ากลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคนก้าวเข้ามาในงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและรีบร้อน แขกเหรื่อในงานต่างแหวกทางให้เขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงซุบซิบที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น

“นั่น… นั่นท่านประธานกิตตินี่!” “CEO ใหญ่ระดับเอเชียลงมาที่งานด้วยตัวเองเลยเหรอ!”

ดนัยเห็นท่านประธานเดินเข้ามาก็ตาลุกวาว รีบจัดปกเสื้อและปั้นรอยยิ้มประจบประแจงที่สุด พุ่งตัวเข้าไปหาทันที “โอ้โห… ท่านประธานกิตติครับ! เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านสละเวลามางานฉลองตำแหน่งของผม… เชิญทางนี้เลยครับท่าน—”

ทว่า… คุณกิตติกลับเดินชนไหล่ของดนัยจนกระเด็นหลบไปด้านข้างราวกับดนัยเป็นเพียงสิ่งกีดขวางที่ไร้ค่า ท่านประธานบริหารสูงสุดเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฉัน… ผู้หญิงที่ผมเปียกโชกและสวมชุดเดรสสีครีมสุดเชย

จากนั้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงนับร้อยคู่… คุณกิตติ ผู้กุมบังเหียนธุรกิจระดับหมื่นล้าน ก้มศีรษะโค้งคำนับให้ฉันเต็มเก้าสิบองศา!

“ท่านประธานกรรมการหญิงครับ… ผมจัดการระงับตำแหน่งและอายัดทรัพย์สินทุกอย่างของนายดนัย ตามคำสั่งของท่านเรียบร้อยแล้วครับ! ขอประทานอภัยอย่างยิ่งที่คนของผมดูแลท่านไม่ดีพอ จนทำให้ท่านต้องเปื้อนแชมเปญแบบนี้!”

สิ้นคำประกาศของคุณกิตติ แกรนด์บอลรูมทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันระดับที่เข็มตกก็ยังได้ยินเสียง!

ดนัยอ้าปากค้าง ขากรรไกรแทบจะร่วงลงไปกองกับพื้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า “ท… ท่านประธาน… ท… ทำไมท่านถึงไปเรียกนังบ้านนอกนี่ว่าท่านประธานกรรมการหญิงล่ะครับ! เธอเป็นแค่เมียกระจอกๆ ของผม—”

“หุบปากสกปรกของแกเดี๋ยวนี้ ไอ้อกตัญญู!” คุณกิตติตวาดลั่นจนดนัยสะดุ้งเฮือก “แกกล้าดียังไงมาเรียกผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทแม่ และทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอัครมหาเศรษฐี ว่านังบ้านนอก! แกคิดว่าแกเก่งนักเหรอที่เลื่อนขั้นมาเป็นผู้อำนวยการได้ฮะ! ถ้าท่านประธานอลิสาไม่อนุมัติโครงการงี่เง่าของแกอย่างลับๆ และไม่เอาเงินส่วนตัวไปโปะหนี้เสียที่แกก่อไว้ แกก็เป็นแค่พนักงานกระจอกๆ ที่ถูกไล่ออกไปตั้งแต่สามปีที่แล้ว!”

ราวกับถูกค้อนปอนด์ล่องหนทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ดนัยเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาค่อยๆ หันมามองฉัน… ผู้หญิงที่เขาเพิ่งสาดแชมเปญใส่และด่าทออย่างสาดเสียเทเสีย

ฉันก้าวเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ รองเท้าส้นสูงของฉันกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานเป็นจังหวะที่เด็ดขาดและไร้ความปรานี

“จำไว้ดนัย…” ฉันก้มหน้าลงมองอดีตสามีที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก “ที่ฉันยอมเป็นอีเพิงหมาแหงน ยอมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ยอมตื่นตีสี่มาทำกับข้าวให้คุณ ก็เพราะฉันอยากรู้ว่าผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลยอย่างคุณ จะรักฉันที่ตัวตน หรือรักที่เปลือกนอก… แต่วันนี้คุณพิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าเนื้อแท้ของคุณมันก็แค่ปลิงดูดเลือดที่จองหองและลืมกำพืด!”

“อ… อลิสา… ร… ริน… รินจ๋า… ผม… ผมไม่รู้… ผมขอโทษ!” ดนัยน้ำตาร่วง พยายามจะคลานเข้ามากอดขาฉัน “ผมมันโง่! ผมตาบอด! ให้โอกาสผมเถอะนะริน เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ ผมรักคุณคนเดียวนะริน!”

“เอามือสกปรกของคุณออกไป!” ฉันสะบัดขาออกอย่างรังเกียจ

ซินดี้ที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มรีบวิ่งเข้ามาหาดนัย “ดนัย! นี่มันเรื่องอะไรกัน! แล้วคอนโดหรูที่คุณสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันล่ะ! บัตรเครดิตที่คุณให้ฉันรูดล่ะ!”

“บัตรเครดิตใบนั้นเป็นชื่อของฉัน และฉันสั่งอายัดไปแล้วตั้งแต่ห้านาทีที่แล้วค่ะ” ฉันหันไปยิ้มเย็นชาให้ซินดี้ “ส่วนเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขาเอาไปปรนเปรอเธอ เตรียมตัวรับหมายศาลฟ้องร้องเรียกคืนฐานเป็นชู้กับสามีคนอื่นได้เลย… อ้อ คุณกิตติคะ พรุ่งนี้ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกจากบริษัทด้วย ฉันไม่อยากให้บริษัทเรามีพนักงานที่ไร้ศีลธรรม”

“กรี๊ดดดด! ไม่นะ!” ซินดี้กรีดร้อง ร้องไห้ฟูมฟายและรีบวิ่งหนีออกจากงานไปทันที ทิ้งดนัยให้นั่งฟุบหน้าสะอื้นไห้อยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพช

ฉันหันหลังให้ผู้ชายที่ฉันเคยรักที่สุด แต่ตอนนี้เขาคือขยะที่ฉันขยะแขยงที่สุด

“โยนเขาออกไปคุณกิตติ แล้วพรุ่งนี้ส่งทนายไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อย ฉันต้องการให้เขาเดินออกจากชีวิตฉันโดยไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว”

“รับทราบครับท่านประธาน”

บอดี้การ์ดชุดดำสองคนเดินเข้ามาหิ้วปีกดนัยที่กำลังร้องโหยหวนและพยายามจะอ้อนวอนขอความเมตตา ลากตัวเขาออกไปจากแกรนด์บอลรูม ท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาของแขกทุกคนในงาน

ฉันเชิดหน้าขึ้น ก้าวเดินออกจากงานกาลาดินเนอร์ที่พังพินาศนั้นอย่างสง่างามที่สุด รอยเปื้อนของแชมเปญบนชุดเดรสไม่ได้ทำให้ฉันดูต้อยต่ำลงแม้แต่น้อย แต่มันคือตราประทับแห่งอิสรภาพ ที่ปลดปล่อยฉันจากผู้ชายโง่เขลา และนำพา ‘นางพญา’ ตัวจริง กลับคืนสู่บัลลังก์อย่างสมบูรณ์แบบ!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!